Loading...

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี)

Environment and Pollution Control Office 13 (Chonburi)

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขยะล้นเมือง ปัญหาใหญ่ท้องถิ่นระดับชาติ

ขยะล้นเมือง ปัญหาใหญ่ท้องถิ่นระดับชาติ

                             ท้องถิ่นตื่นตัว ฝ่าปัญหาขยะล้นเมือง จุดเริ่มปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่กำลังลุกลามก่อตัวเป็นปัญหาระดับชาติ หลายจังหวัดเร่งแก้ไขนำโมเดลที่เหมาะสมกับพื้นที่มาใช้เพื่อไปสู่เป้าหมายยุทธศาสตร์เมืองสะอาด
       
       ปริมาณขยะในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นปีละ 22 ล้านตัน ตามอัตราการขยายตัวของจำนวนประชากร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในท้องถิ่นซึ่งเป็นการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งในเขตเมืองใหญ่ เช่น เทศบาลและเขตเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญนั้น ปริมาณขยะที่มาจากภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน เริ่มล้นเมืองและเกินกำลังที่จะจัดการ ปัจจุบันปัญหานี้ได้ลุกลามยกระดับขึ้นมาเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติในระยะยาวที่ยังไม่มีทางออก
       
       แนวทางการฝ่าวิกฤติปัญหาขยะล้นเมืองของหลายๆจังหวัดได้มีการนำวิธีการจัดการที่หลากหลายโมเดลของการแก้ปัญหาขยะล้นเมืองในท้องถิ่นมาใช้ เช่นเดียวกับที่จังหวัดสมุทรสาครที่เผชิญกับปัญหาขยะล้นเมือง ที่มาจากปํญหาด้านการจัดการขยะที่มีแนวโน้มสูงขึ้นของจังหวัด “สมุทรสาคร” กำลังเป็นลุกลากจากปัญหาระดับท้องถิ่น ไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับชาติในระยะยาว เพราะจากปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นในทุกๆวันเกือบ 1,000 ตัน/วัน จากเดิม 500 ตัน/วัน โดยแนวทางการแก้ปัญาขยะล้นเมือง “จุลภัทร แสงจันทร์” พ่อเมืองเป็นโต้โผ ด้วยหลักการลดปริมาณ และนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสาคร องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาลกว่า 40 แห่ง และมหาวิทยาลัยย่านกำแพงแสน ได้ร่วมกันเตรียมทำแผนเพื่อแก้ปัญหาขยะล้นเมืองรองรับทั้งสั้นและระยะยาว
       
       แม้จะมีแผนในมือแต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคของการแก้ปัญหาขยะล้นเมืองของที่นี่ คือการขาดแคลนงบประมาณ อีกทั้งการโยกย้ายผู้นำท้องถิ่นส่งผลทำให้แผนการทำงานด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของเมืองสมุทรสงครามล่าช้าออกไป ไม่สอดคล้องกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกๆวัน ที่ผ่านมาภาคท้องถิ่นในหลายๆจังหวัดเริ่มออกมาตื่นตัว เห็นปัญหาขยะล้นเมืองในท้องถิ่น เป็นภาระกิจเร่งด่วน พยายามหาทางออกวิธีการ แม้ว่าทุนทางความคิดที่ได้รับจากสถาบันการศึกษาจะเข้ามาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง สนับสนุน ความรู้ทางวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในการจัดการกับปัญหาขยะล้นเมืองแล้วก็ตาม แต่ปัญหาการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางมีจำกัด นับว่าเป็นอุปสรรคต่อการจัดการขยะมูลฝอยของภาคปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ ในการลงทุนงบประมาณพัฒนาระบบกำจัดขยะ ที่ต้องจ้างมืออาชีพ สร้างเตาเผาขยะ ซึ่งต้องใช้งบลงทุนก่อสร้างสูง
       
       กระทั่งการแก้ปัญหาโดยรูปแบบของการร่วมทุนกับภาคเอกชนให้สัมปทานหรือให้สิทธิประโยชน์ในการจัดเก็บขยะ เช่นเดียวกับการโครงการก่อสร้างอาคารโรงงานระบบกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี สร้างโรงไฟฟ้าขยะของเทศบาลนครหาดใหญ่มูลค่า 650 ล้านบาทเมื่อเร็วๆนี้ ที่บริษัท จีเดค จำกัด เป็นผู้รับสัมปทานระยะ 25 ปี โดยโปรเจคนี้ ดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ นำแนวคิดในการบริหารจัดการนำ 3 หน่วยงาน คือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ - เทศบาลนครหาดใหญ่-ภาคเอกชน มาร่วมกันแก้ปัญหาขยะล้นเมืองหาดใหญ่ที่มีปริมาณขยะ 150-180 ตัน/วัน ทำให้วิธีการกำจัดขยะโดยหลุมกลบขยะเดิมที่มีอยู่ไม่พอต่อปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการครั้งนี้ นับว่าเป็นอีกโมเดลขององค์กรปกครองท้องถิ่น ที่ใช้โมเดลใหม่ของการบริการจัดการกับปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งเน้นไปที่งบประมาณที่เป็นปัญหากับหลายๆพื้นที่
       
       สำหรับปัญหาทางด้านงบประมาณในบางพื้นที่ เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการขยะแบบศูนย์รวมร่วมกับองค์กร คือ การลดปริมาณขยะที่ต้นทาง ชูจุดเด่นทางด้านการบริหารจัดการเข้ามาช่วย โดยมีภาคประชาชนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการกำจัดขยะ โดยวิธีการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ ตั้ง “ธนาคารขยะสู่ชุมชน” ขึ้น ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาขยะล้นเมือง เน้นการอยู่ร่วมกันของชุมชน ซึ่งเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ง่ายในแบบกันเอง และกินอยู่อย่างพอเพียง โดยมีผู้นำท้องถิ่นเป็นผู้นำร่อง
       
       กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์ปริมาณขยะ
       
       กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ขยะประเทศไทยในปี 2548 มีขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้น 14.3 ล้านตัน หรือ38,221 ตัน/วัน และยังมีการประมาณการว่า ในปี 2558 ขยะมูลฝอยจะเพิ่มขึ้นอีก เป็น 49,680 ตัน/วัน โดยปริมาณขยะที่เกิดขึ้น มาจากพื้นที่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 8,291 ตัน/วัน คิดเป็น 21 % ของขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ และเกิดในเขตเทศบาลและเมืองพัทยาประมาณ12,635 ตัน/วัน หรือคิดเป็น 32% และเกิดขึ้นนอกเทศบาลในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ประมาณ18,295 ตัน/วัน หรือคิดเป็น 47 % ของขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ขณะที่มีการใช้ประโยชน์จากการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ประมาณ 3.1 ล้านตัน หรือคิดเป็น 22 % ของปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น

ลิงค์ที่มาข้อมูล : http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9540000067814