น.ส.กุลชา ธนะขว้าง ผอ.สคพ.13 (ชลบุรี) มอบหมาย น.ส.ณิรดา ตันสุวรรณ นักวิขาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ ส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง เข้าร่วมประชุมเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ “ผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการปัญหาไมโครพลาสติกของประเทศไทย ณ โรงแรม ทีเค พาเลช แอนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพมหานคร จัดโดย สมาคมสถาบันอุดมศึกษาสิ่งแวดล้อมไทย(สอสท) ซึ่งได้มีการนำเสนอ ดังนี้
1. นำเสนอองค์ความรู้และผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของไมโครพลาสติก ในบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ การศึกษาไมโครพลาสติกในประชาชน และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ตัวอย่างสิ่งแวดล้อม (น้ำและตะกอนดิน) สัตว์น้ำเศรษฐกิจ พบว่า ตรวจพบไมโครพลาสติกในตัวอย่างสิ่งแวดล้อมและตัวอย่างชีวภาพทั้งหมด มีความหนาแน่นของไมโครพลาสติกในน้ำบริเวณปากแม่น้ำ มีค่าสูงกว่าบริเวณในแม่น้ำ และเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงฤดูฝน ซึ่งมีแนวโน้มตรงข้ามกับตัวอย่างดินตะกอนที่พบมากในช่วงฤดูแล้ง ส่วนใหญ่เป็น PP, PE, PET ซึ่งมาจากการแตกหักของพลาสติก แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use) และพบพอลิเมอร์ที่มีความเป็นอันตรายสูง เช่น PVC, PU และ PS ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อระบบนิเวศ
2. การเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการปัญหาไมโครพลาสติกของประเทศไทย” โดยผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ผู้แทนจากกรมอนามัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาสิ่งแวดล้อมไทย
ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการบริหารจัดการปัญหาไมโครพลาสติกของประเทศไทย ดังนี้
- ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อกำหนดกรอบยุทธศาสตร์การจัดการมลพิษไมโครพลาสติกตลอดวงจรชีวิต (Life Cycle) คือ 1) ต้นทาง: การควบคุมและนวัตกรรมวัสดุ มุ่งเน้นลดการปนเปื้อนตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและขบวนการผลิต 2) กลางทาง : การบริหารจัดการและแรงจูงใจ และ 3) ปลายทาง : การสกัดกั้นและโครงสร้าง โดยสกัดกั้นและหยุดยั้งมลพิษไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่ระบบนิเวศเปราะบาง
- ข้อเสนอเชิงนโยบายยุทธศาสตร์การจัดการแบบครบวงจร คือ 1) ควบคุมต้นทาง (อุตสาหกรรม ชุมชนลดขยะ) 2) ปรับพฤติกรรม (ลดเสี่ยงสุขภาวะ) และ 3) บูรณาการท้องถิ่น (อปท.ร่วมจัดการขยะ)
- เป้าหมายการจัดการพลาสติกของประเทศไทย พ.ศ.2570 คือ 1) ปฏิวัติพลาสติกใหม่ (ลดสัดส่วนพลาสติกที่ไม่รีไซเคิล ขยายการรับซื้อคืนด้วยหลัก EPR ยกเลิกการใช้ไมโครบีดส์) 2) ยกระดับการดักจับประสิทธิภาพสูง 3) ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมปนเปื้อน และ 4) ขยายความร่วมมือแบบพหุภาคี (ขบวนการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ)
- โครงข่ายบูรณาการการจัดการไมโครพลาสติกของประเทศไทย คือ ระยะที่ 1 (2026) :วางรากฐาน (สร้างฐานข้อมูล กำหนดมมาตรฐานการวิเคราะห์) ระยะที่ 2 (2027-2028) :ขับเคลื่อน (นวัตกรรมและมาตรการจูงใจ การผลิตภาคอุตสาหกรรม มาตรฐานภาษี) ระยะที่ 3 (2029-2030) : บังคับใช้กฎหมาย /มาตรฐานน้ำทิ้ง
ภาพ/ข้อความ : ส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง

