Loading...

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี)

Environment and Pollution Control Office 13 (Chonburi)

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

หน่วย EPU13 ติดตามตรวจสอบกรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากยางรถยนต์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

หน่วย EPU13 ติดตามตรวจสอบกรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากยางรถยนต์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
วันที่ 16 เมษายน 2566 ผอ.สคพ.13 (ชลบุรี) มอบหมาย หน่วย EPU 13 นายพัลลภ อัมพรไพบูลย์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ ส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง และนางสาวชมภูนุช พิมพ์ทอง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ ส่วนการจัดการกากของเสียและสารอันตราย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากยางรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานของบริษัท เอสพี รีไฟน์เนอรี่ จำกัด เลขที่ 707 ม.9 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา จากการลงพื้นที่พบว่า
1️⃣ประเด็นปัญหา : กรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตน้ำมันเชื้อสังเคราะห์จากยางรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานของบริษัท เอส พี รีไฟน์เนอรี่ จำกัด เลขที่ 707 หมู่ที่ 9 ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา
2️⃣ข้อเท็จจริงและสถานการณ์ปัจจุบัน
2.1 วันที่ 15 เมษายน 2566 เวลา 21.00 น. ได้รับแจ้งเหตุเกิดเพลิงไหม้โรงงานผลิตน้ำมันเชื้อสังเคราะห์จากยางรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว ของบริษัท เอส พี รีไฟน์เนอรี่ จำกัด เลขที่ 707 หมู่ที่ 9 ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้ประกายไฟลุกลามไปทั่วพื้นที่กองยางรถยนต์ ซึ่งรอผ่านกรรมวิธีอุตสาหกรรม อยู่บริเวณพื้นที่ค้างเคียงโรงงาน
2.2 วันที่ 16 เมษายน 2566
1) เวลา 09.30 น. : สคพ.13 (ชลบุรี) ร่วมกับ ทสจ.เชิงเทรา ได้เข้าร่วมการประชุมติดตามสถานการณ์ โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธาน และได้มอบหมายให้นายอำเภอแปลงยาว เป็นผู้บัญชาการ และให้ข้อมูลหลักเพื่อความเป็นเอกภาพ โดยในเบื้องต้น สคพ.13 (ชลบุรี) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นอันตรายของการคาดว่าจะเกิดก๊าซพิษ และแนะนำข้อควรระวังในการป้องกันจากกรณีการเกิดไฟไหม้ยางรถยนต์
2) จังหวัดฉะเชิงเทรา แจ้งขอให้ช่วง 1-2 วันนี้ ให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอแปลงยาวและใกล้เคียง สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง หากไม่มีหน้ากากอนามัยให้สามารถรับได้ที่ รพ.สต. ใกล้บ้าน และหากประชาชนได้รับผลกระทบด้านสุขภาพหรือหายใจไม่ออกให้รีบพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้เคียง
3) หลังจากนั้น สคพ.13 (ชลบุรี) ร่วมกับ ทสจ.ฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งด้านอากาศและน้ำเสียจากการดับเพลิง ขณะตรวจสอบ พบว่าเพลิงยังลุกไหม้อยู่บางส่วนและเจ้าหน้าที่เร่งทำการฉีดน้ำดับเพลิงในจุดเกิดเหตุอยู่ ทั้งนี้ส่วนของน้ำเสียที่เกิดจากการดับเพลิงมีลักษณะนองบนพื้นที่ แต่มีการทำทำนบกับเพื่อป้องกันการไหลออกนอกพื้นที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบไม่พบแหล่งน้ำสาธารณะในบริเวณใกล้เคียง ส่วนด้านอากาศ สคพ.13 (ชลบุรี) ได้ทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่เกิดเหตุ ริมรั้วโรงงาน และพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบพกพา 1) Multi RAE Gas detector และ 2) Aeroual series 500 รวม 7 จุด ผลตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่โรงงานที่เกิดเหตุและในบรรยากาศบริเวณชุมชนที่ได้รับผลกระทบ พบค่า PM 2.5 มีค่าอยู่ในช่วง 40-172 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ค่า PM 10 มีค่าอยู่ในช่วง 47-324 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
1) ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง
2) บริเวณจุดเกิดเหตุ งานปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน้างาน ควรกำชับให้เจ้าหน้าที่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน
3️⃣การดำเนินงานต่อไป
- สคพ.13 (ชลบุรี) จะลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศและการจัดการกากของเสียอันตรายของโรงงาน เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากทราบผลการติดตามตรวจสอบเป็นไปอย่างไร จักได้รายงานความคืบหน้าให้ทราบระยะต่อไป
 
ส่วนการจัดการกากของเสียและสารอันตราย รายงาน

แกลเลอรี่