Loading...

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี)

Environment and Pollution Control Office 13 (Chonburi)

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สสภ.13 (ชลบุรี) ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาผู้แทนราษฎร และลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันในทะเล จ.ระยอง

สสภ.13 (ชลบุรี) ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาผู้แทนราษฎร  และลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันในทะเล จ.ระยอง

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565  นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กรมอุทยานแห่งชาติ(อช.) และหน่วยงาน ทส.ในพื้นที่.  กรมเจ้าท่า  จังหวัดระยองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่  ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาผู้แทนราษฎร  เพื่อรายงานความคืบหน้าสถานการณ์คราบน้ำมัน  การจัดการ และแนวทางการแก้ไขปัญหาจากกรณีดังกล่าว ตามภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเพ  อ.เมือง ระยอง สรุปประเด็น ดังนี้

1. รายงานความคืบหน้าสถานการณ์คราบน้ำมัน  การจัดการ และการแก้ไขปัญหา ตามภารกิจในภาพรวมของ ทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยนายอรรถพล  เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้มอบหมายให้ นายอาวีระ ภัคมาตร์  ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) รายงานสถานการณ์คราบน้ำมันและภารกิจของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งได้ดำเนินการ 1) สร้างความเข้าใจและการรับรู้ต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ    2) ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม (น้ำทะเล ตะกอนดิน ทรายที่ปนเปื้อน และอากาศ) ซึ่งผลคุณภาพน้ำทะเลในพื้นที่หาดแม่รำพึง บริเวณหน้าบ้านสบาย สบาย และลานหินขาว ยังพบค่า TPH สูงเกินมาตรฐานเพื่อนันทนาการ 3) ประเมินและเรียกร้องค่าเสียหายด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและด้านสิ่งแวดล้อม และ ทช. รายงานภารกิจในการสนับสนุนการดำเนินงาน 1 ) สำรวจและเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมันในทะเล ซึ่งสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลครั้งที่ 2 ปัจจุบันใช้บูมดักคราบน้ำมันในทะเลให้อยู่ในวงจำกัด ป้องกันไม่ให้พัดเข้าฝั่ง   2) ประเมินผลกระทบด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  3) จัดทำแผนฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบ    

2. เร่งตรวจสอบปริมาณการรั่วไหลของน้ำมันให้มีความชัดเจน ซึ่งมีผลต่อการประเมินความเสียหายในทุกด้าน         

3.  การจัดการคราบน้ำมันโดยใช้สาร Dispersant หากมีตกค้างในทะเลจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหาร ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่ออาหารทะเล จากกรณีน้ำมันรั่วไหลครั้งที่ 2 ให้ใช้มาตรการในเฝ้าระวังและป้องกันคราบน้ำมันไม่ให้พัดเข้าฝั่ง 

4. กรณีเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลครั้งที่ 2 ซึ่งต้องมีการตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทฯ และมีมาตรการหรือบทลงโทษกับทางบริษัทฯ โดยทางกรมเจ้าท่าได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง รวมทั้งการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต

5. ความรับผิดชอบในการชดใช้ค่าเสียหาย เยียวยา ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และภาครัฐในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและด้านสิ่งแวดล้อม โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินงาน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน

6. เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้มีความชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลและการบริโภคอาหารทะเลในจังหวัดระยอง ซึ่งทาง ทส.รับดำเนินการด้านคุณภาพน้ำทะเล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว 

 

  

 

 

 

แกลเลอรี่